หนูแกสบี้ (Cavy)

กำเนิดหนูแกสบี้ (Cavy)

หนูแกสบี้(Cavy) หนูยักษ์ตัวใหญ่แสนน่ารักที่เรารู้จักกันในชื่อหนูแก๊สบี้ เดิมทีนั้นถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากหนูตะเภา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทฟันแทะ ในสมัยก่อนคริสตกาลนั้นหนูตะเภาเป็นอาหารของชาวอินคา ถูกนำเข้าไปยังยุโรปโดยชาวสเปนและชาวดัตช์เมื่อกว่า 300 ปีแล้ว ขณะเข้าไปปกครองอเมริกาใต้ และนับจากนั้นมาหนูตะเภาก็ถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง มีการคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะเฉพาะ และสีสันใหม่ ๆ เพื่อการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงระหว่างและหลังคริสต์ศตวรรษที่ 16 หนูตะเภาเป็นที่นิยมมากในเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงของยุโรป แม้กระทั่งสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ก็ยังทรงเลี้ยงไว้ดูเล่นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาวอังกฤษก็ได้อพยพมายังสหรัฐอเมริกา และได้นำเอาหนูตะเภาที่ได้เพาะพันธุ์และมีพัฒนาจนมีความสวยงาม ย้อนกลับเข้าไปในทวีปอเมริกาเหนือ จนเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาจนปัจจุบัน โดยได้มีการจัดตั้งสมาคมของผู้เลี้ยงหนูตะเภาขึ้นในปี ค.ศ. 1910 ที่รู้จักกันดีในนามของ สมาคมผู้เพาะพันธุ์เควี่แห่งอเมริกา (American Cavy Breeders Association หรือ ACBA) เพื่อควบคุมดูแลเรื่องเกี่ยวกับหนูตะเภาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นสาขาหนึ่งที่แตกออกมาจากสมาคมผู้เพาะพันธุ์กระต่าย แห่งอเมริกา (American Rabbit Breeders Association Inc.) ทุกวันนี้หนูตะเภาได้รับความนิยมและแพร่กระจายไปทั่วโลก

สายพันธุ์และลักษณะของหนูแกสบี้(Cavy)

           แก๊สบี้ มีลักษณะเด่นในแต่ละสายพันธุ์ตามมาตรฐานถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีแก๊สบี้เป็น สัตว์เลี้ยงแล้วหรืออาจเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหา คุณควรที่จะรู้ว่า แก๊สบี้ที่เลี้ยงอยู่หรือกำลังมองอยู่เป็นพันธุ์แท้หรือไม่ซึ่งสามารถเทียบ ลักษณะของแต่ละพันธุ์ได้ ดังนี้

           1. พันธุ์ ENGLISH SHORT HAIR ลักษณะโดยทั่วไปจะมีขนสั้น ทิศทางของขนจะเรียบจากบริเวณศีรษะไปจนถึงท้ายลำตัว มีสีเดียวกันทั้งตัว

           2. พันธุ์ ENGLISH CREATED มีลักษณะคล้ายพันธุ์ ENGLISH SHORT HAIR จะแตกต่างกันตรงที่มีขวัญบริเวณหน้าผาก

           3. พันธุ์ AMERICAN CREATED มีลักษณะคล้ายพันธุ์ ENGLISH CREATED แต่จะมีข้อแตกต่าง คือ ขวัญบริเวณหน้าผากจะมีสีขาว

           4. พันธุ์ ABYSINION (อาบิซิเนียน) ขนจะยาวปานกลางมีขวัญกระจายไปทั่วลำตัว ไม่ค่อยนิยมในเมืองไทยเพราะมีลักษณะคล้ายแก๊สบี้ผสมหนูตะเภา

           5. พันธุ์ PERUVIAN (เพอรูเวียน) ขน จะยาวและเหยียดตรงทิศทางของขนจะย้อนจากท้ายลำตัวไปยังส่วนหัว มีขวัญบริเวณท้ายของลำตัวพันธุ์นี้จัดเป็นพันธุ์ยอดนิยมและเลี้ยงกันมากที่ สุด

           6. พันธุ์ SILKY (ซิลกี้) ลักษณะของขนจะยาวและเหยียดตรง ทิศทางของขนจะปกติ ซึ่งตรงข้ามกับพันธุ์ PERUVIAN ตรงที่ลำตัวหนากว่า

           7. พันธุ์ CORONET (โค โรเน็ต) ลักษณะของขนจะยาว คล้ายพันธุ์ SILKYและมีขวัญบริเวณหน้าผาก จัดเป็นลักษณะพิเศษและน่าเลี้ยงเนื่องจากพันธุ์นี้ค่อนข้างหายาก

           8. พันธุ์ TEXEL (เทคเซล) ลักษณะของขนจะยาวหยิก ทิศทางของขนเหมือน SILKY บางครั้งพันธุ์นี้จะมีชื่อว่า "พูเดิ้ล"

           9. พันธุ์ MARINO (มาริโน) ลักษณะทั่วไปเหมือน TEXEL แต่จะมีขวัญบริเวณกลางหน้าผาก

           10. พันธุ์ ALPACA (อัลปาคา) ลักษณะของขนยาวหยิก แต่ขนจะย้อนจากท้ายไปยังศีรษะ

           11. พันธุ์ TEDDY BEAR (เท็ดดี้ แบร์) ลักษณะของขนจะสั้นและหยิกตามแบบของอเมริกา

           12. พันธุ์ REX (เร็กซ์) ลักษณะของขนจะสั้นและหยิกตามแบบของอังกฤษ

 

วันที่ Post : 01-10-2557
 Tag

Log in

 
 
  สมัครสมาชิก
   สมาชิกล่าสุด

   แนะนำโรงพยาบาล