กระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอฟ (Netherland Dwarf)

            

           กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอฟ (Netherland Dwarf) หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ง่ายๆว่า ND เป็นกระต่ายแคระสายพันธุ์หนึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก (แต่มิได้เป็นสายพันธุ์ที่เล็กที่สุดในโลก) กระต่ายพันธุ์นี้ได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีแห่งกระต่ายสวยงาม (Gem of the Fancy Rabbits) ซึ่งได้มีการนำเข้าสายพันธุ์คุณภาพระดับประกวดจากสหรัฐอเมริกามาในประเทศไทยเมื่อประมาณปลายปี 2546 กระต่ายพันธุ์นี้ยังเป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงมากในวงการนักพัฒนาสายพันธุ์กระต่ายสวยงาม จนได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีแห่งวงการกระต่ายสวยงามนั่นเอง

สายพันธุ์นี้เป็นเหมือนกระต่ายในฝัน คือ มีขนาดเล็ก มีหลากหลายลักษณะสีหรือ Variety กินอาหารน้อย ต้องการพื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยรวมก็คือ เป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมสำหรับยุคที่ต้องประหยัดในขณะนี้

ถิ่นกำเนิดกระต่ายสายพันธุ์ เนเธอร์แลนด์ดวอฟ (Netherland Dwarf)

                กระต่ายสายพันธุ์ เนเธอร์แลนด์ดวอฟ (Netherland Dwarf) เป็นที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาสหราชอาณาจักรและในยุโรป เช่น ประเทศเยอรมนีและประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์นี้

ลักษณะสายพันธุ์กระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอฟ (Netherland Dwarf)

ลำตัว : ลำตัวต้องสั้น เล็กกะทัดรัด ไหล่หนา และมีความกว้างเท่ากับความกว้างของสะโพก ความกว้างและส่วนสูงจะต้องใกล้เคียงกัน ไหล่โค้งได้รูปรับกับส่วนโค้งของสะโพกที่กลมกลึง ซึ่งทำให้เน้นความสูงของตัวกระต่ายโดยที่ความกว้างและส่วนสูงจะต้องสมดุลกัน

หัว : หัวโต มีขนาดใหญ่สมดุลกันกับลำตัว ตัวผู้จะมีหัวใหญ่กว่าตัวเมีย หัวเป็นทรงกลมเมื่อมองจากทุกทิศทาง ส่วนโค้งของหัวมองดูกลมไม่มีสะดุด หัวตั้งสูงและติดกับไหล่มากที่สุด

หู : หูจะต้องสั้นและตั้งอยู่บนส่วนหัว หูตั้งแต่ไม่จำเป็นต้องชิดติดกัน มีขนเต็มสม่ำเสมอ แสดงถึงความมีเนื้อของส่วนฐานของหู ปลายหูมน ความยาวของหูในอุดมคติคือ 2 นิ้ว ขนาดของหูต้องสมดุลกันกับหัวและลำตัว

ตา : ดวงตาต้องกลม โต สดใส สีของตาต้องตรงตามมาตรฐานของประเภทสีที่ทำการประกวด เช่น สีบลูหรือสีสวาดหรือสีเทาควันบุหรี่ ต้องมีตาสีเทา เป็นต้น

หาง : ลักษณะของหางต้องตรง และมีขนเต็ม ถึงแม้ว่าจะไม่มีการให้คะแนนในส่วนหางของกระต่าย

ขน : ลักษณะขนต้องเป็นแบบโรลแบ็ค (Rollback) เท่านั้น โรลแบ็ค หมายถึง ลักษณะขนที่เมื่อใช้มือลูบย้อนแนวขน ขนจะค่อยๆกลับคืนตัวสู่ตำแหน่งเดิม คุณภาพของขนต้องนุ่ม หนาแน่นสม่ำเสมอกัน ขนไม่ตายและเป็นมันเงางาม

สี : ลักษณะของสีขนและสีตาต้องตรงกันตามมาตรฐานของสีนั้นๆ สีเล็บก็ต้องตรงตามมาตรฐานของสีนั้นๆด้วย กระต่ายจะถูกตัดสิทธิ์จากการประกวด เมื่อปรากฏเล็บขาวในกระต่ายสี

                กระต่ายสายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอฟ เป็นกระต่ายที่จัดได้ว่ามีสีให้เลือกได้มากที่สุดในบรรดากระต่ายสายพันธุ์ต่างๆทั้งหมดที่มี คือ สามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มสี และมีสีหรือลักษณะสีย่อยๆอีกกว่า 24 สี สีตามมาตรฐานที่สมาคมพัฒนาพันธุ์กระต่ายแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ ARBA กำหนดให้มีการประกวด คือ

                1.กลุ่มสีพื้น (Self Varieties) คือ กลุ่มสีขนที่มีสีขนสีเดียวเหมือนกันตลอดทั้งตัว ประกอบด้วย 5 สี 6 ประเภท ได้แก่ สีดำ, สีบลู (Blue) เป็นสีเทาเข้ม(สีเรือรบ) เหมือนสีของแมวสีสวาด, สีช็อกโกแล็ต, สีไลแลค (Lilac), สีขาวตาฟ้า (Blue Eyed White), สีขาวตาทับทิม (Ruby Eyed White)

                2.กลุ่มสีเฉด (Shaded Varieties) คือกลุ่มสีขนที่มีความเข้มของสีเดียวกันในแต่ละตำแหน่งของตัวไม่เท่ากัน ตำแหน่งที่ชัดเจนคือ จมูกและขาทั้งสี่ จะมีสีที่เข้มกว่า ส่วนอื่นๆของตัวประกอบด้วย 4 สี ได้แก่

- สีซาเบิ้ลพอยท์ (Sable Point) เป็นสีครีมทั้งตัว มีแต้มสีน้ำตาลเข้ม เหมือนสีของแมววิเชียรมาศ

- สีซาเบิล (Siamese Sable) เป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม เหมือนสีของสุนัขไทยสีทองแดง

- สีเทาควันบุหรี่ (Siamese Smoke Pearl) เป็นสีเทาควันบุหรี่

- สีกระ (Tortoise Shell) เป็นสีกระ เหมือนสีของกระดองเต่ากระ พื้นขนออกสีน้ำตาล แต่มีแต้มที่จมูกและขาเป็นสีน้ำตาลที่เข้มกว่า

                3.กลุ่มสีขนอะกูติ (Agouti Varieties) คือกลุ่มสีขนที่มีสีขนมากกว่าหนึ่งสีในขนเส้นเดียวกัน เมื่อสังเกตอย่างใกล้ชิดจะเห็นขนถูกแบ่งเป็นสามแถบอย่างชัดเจน ประกอบด้วย 5 สี ได้แก่

- สีเชสนัท (Chestnut) เป็นสีน้ำตาลเชสนัท แซมดำที่ปลายขนเหมือนสีกระต่ายป่า

- สีชินชิลล่า (Chinchilla) เป็นสีเทาแซมดำที่ปลายขนเหมือนสีตัวชินชิลล่า

- สีลิงซ์ (Lynx) เป็นสีส้มแซมสีเทาเงิน

- สีโอปอล (Opal) เป็นสีฟางข้าว ขนชั้นในเป็นสีบลู

- สีกระรอก (Squirrel) เป็นสีเทาแซมบลู หรือ เทาเข้มที่ปลายขนเหมือนสีของกระรอก

                4.กลุ่มแทนหรือกลุ่มมีสร้อย (Tan Varieties) แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือประเภทที่มีขนสีพื้นเป็นสีตามที่กำหนดไว้คือ สีดำ สีบลู สีช็อกโกแล็ต หรือสีไลแลค และอีกกลุ่มคือประเภทที่มีสีทองแดงและสีเทาควันบุหรี่ แต่ที่สำคัญคือ สำหรับสีทุกประเภทจะต้องมีสร้อยหรือเป็นแถบขนสีขาวหรือสีที่กำหนดพาดที่คอ แลดูเหมือนกับสร้อยและผ้าพาดคอพาดอยู่ เช่น กลุ่มสร้อยทอง (Otter) กลุ่มสร้อยเงิน (Silver Marten) กลุ่มสร้อยนาค (Tans) สีทองแดงสร้อยเงิน (Sable Marten) สีเทาควันบุหรี่สร้อยเงิน (Smoke Pearl Marten)

                5.กลุ่มสีอื่นๆ (Any Othre Varieties) คือกลุ่มสีที่ไม่สามารถจัดให้เข้าอยู่กับกลุ่มสีอื่นๆข้างต้นได้ เป็นกลุ่มสีที่มีลักษณะเฉพาะตัว มี 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีฟางข้าว (Fawn), กลุ่มหิมาลายัน (Himalayan), สีส้ม (Orange), สีสนิมเหล็ก (Steel)

ลักษณะนิสัย

                กระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอฟ มีลักษณะที่น่ารักและคล่องแคล่ว ว่องไว ขี้เล่น มีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัว อ่อนน้อมกับผู้เลี้ยงเสมอ เป็นมิตรกับมนุษย์ได้ง่าย มีความร่าเริงและชอบเล่นกับเจ้าของ สามารถที่จะฝึกอบรมได้เช่นเดียวกับสุนัขและแมวได้ อาจจะแตกต่างในลักษณะการฝึก สามารถที่จะอยู่กับสัตว์ชนิดอื่นๆได้

น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ในอุดมคติคือ 0.9 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักมากที่สุดที่สามารถจดทะเบียนได้คือ 1.15 กิโลกรัม อายุเฉลี่ยอยู่ได้ 5-8 ปี ตามร้านขายกระต่ายพันธุ์แท้ (Premium Grade) ราคาตัวละ 800 บาทขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีลูกกระต่าย ND ผสมพื้นเมืองอายุ 30 วัน จำหน่ายตัวละ 180 บาท ราคาถูกและเลี้ยงง่าย ทนทานกว่าพันธุ์แท้

วันที่ Post : 24-09-2557
 Tag

Log in

 
 
  สมัครสมาชิก
   สมาชิกล่าสุด

   แนะนำโรงพยาบาล