เฟอเรท (Ferret)

        เฟอเรท (Ferret)  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mustela putorious Furo จัดอยู่ในหมวดของสัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งจะพบมากในทวีบยุโรปและอเมริกา ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีการนำเข้ามาจำหน่ายและเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตไม่แพ้สุนัขและแมวเลยทีเดียว ก็ไม่แปลกใจนักที่มีคนชอบเลี้ยงมากมายขนาดนี้ เพราะนอกจากมันจะมีหน้าตาที่น่ารักแล้ว มันยังมีนิสัยขี้เล่น ขี้อ้อน ร่าเริง กระโดดโลดเต้นได้ทั้งวันอีกด้วย

 



ที่มาของเฟอเรท


         เฟอเรทสายพันธุ์ดั้งเดิมนั้นเขาจะเรียกมันว่า แบลคฟุต (Black-foot ferret) โดยมันจะอาศัยอย่ตามทุ่งหญ้าและป่าละเมาะในทวีปอเมริกา ซึ่งทางอเมริกาได้จัด เฟอเรตให้อยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธ์และจัดอยู่ในรายชื่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์หรือที่เขาเรียกกันว่าไซเตส (CITES)

         จากหลักฐานพบว่ามนุษย์นำเฟอเรทมาเลี้ยงใช้เป็นเครื่องมือล่าสัตว์ขนาดเล็ก อย่างเช่น หนู กระรอก กระต่าย นกต่างๆ เพื่อช่วยกำจัดศัตรูพืชในกลุ่มผู้ทำการเกษตร ตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน คนบางกลุ่มก็เลี้ยงไว้ดูเล่นในบ้าน และมีบางกลุ่มที่เลี้ยงไว้สำหรับทำเสื้อขนสัตว์ โดยในสหรัฐอเมริกามีชมรม AFA (Amarican Ferret Association) ที่ให้ความช่วยเหลือเฟอเรทที่ถูกทอดทิ้งและอนุรักษ์สายพันุ์ดั้งเดิมโดยมีกิจกรรมการประกวดความสวยงาม  มีกิจกรรมต่างๆ ทำให้เฟอเรทได้รับความนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่นกันอย่างมาก

ลักษณะของเฟอเรท


           มองๆ ไปบางทีเจ้าเฟอเรทนี่ก็คล้ายกับแมวเลย ขนฟูฟ่อง โดยเฉพาะหางที่ยาวและฟู ลำตัวยาว หน้าตาจิ้มลิ้ม มีสีหลากหลาย เฟอเรทนับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีจำนวนชิ้นกระดูกสันหลังมากที่สุดใน โลก โดยมีกระดูกที่ต้นคอถึง 7 ชิ้น และสะโพก 6 ชิ้น นั่นจึงทำให้เจ้าเฟอเรทสามารถที่จะมุดหรือลอดไปตามโพรงหรือรูเลี้ยวต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น คล่องแคล่ว ลำตัวเฟอเรทมีความยาวประมาณ 20 นิ้วและความยาวหางประมาณ 5 นิ้ว ตัวผู้นั้นจะมีความยาวมากกว่าตัวเมีย น้ำหนัก 0.7–2 กิโลกรัม ช่วงชีวิตโดยเฉลี่ยประมาณ 7-10 ปี และเป็นสัตว์ที่มีกลิ่นตัวแรงมาก

สีของเฟอเรท

    -เซเบิล (Seble) เป็นสีเบสิก ขนสีดำน้ำตาล และมีดวงตาสีดำสนิท สีขนบนใบหน้ามองคล้ายหน้ากากคาดเหมือนโจร


    -แพนด้า (Panda)มีสีขาว น้ำตาล ตาดำ


    -อัลบิโน (Albino) เป็นสีเผือก ขาว ตาแดง


    -ชิลเวอร์ (Silver) มีขนสีเงิน หรือเทาขาว อาจมีสีดำสลับคาดขาวด้วย


    -ไลท์ ชิลเวอร์ (Light Silver ) มีสีขาวทั้งตัว ไม่มีสีดำเลย ตาออกสีทับทิมเมื่อโดนแสง ซึ่งเป็นสีที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด


    -แฟนซี (Fancy หรือ Blase) เป็นยีนส์ที่มีเม็ดสีหลายยีนส์ปนกัน อยู่ จึงทำให้ขนตามลำตัวมีหลายสีปนกัน จะมีลายทางพาดตรงหน้าผากยาวมาถึงคอ ถุงเท้ายาว(Mitt) หน้าอกขาว(Bib) ขึ้นมาถึงข้อเท้า นัยย์ตาสีเบอร์กันดี้ จมูกส่วนใหญ่จะเป็นสีชมพู จะแยกได้ 2 แบบ
           1. Fancy sable ลักษณะสีขนจะเหมือนกับสี sable คือออกโทนดำ
            2.Fancy panda ลักษณะสีขนจะเหมือนกับสี panda คือออกโทนสีน้ำตาล



    

     โดยทั้งหมดนี้เป็นสีหลักๆ ของเฟอเรท นอกจากสีที่กล่าวถึงนี้เจ้าเฟอเรทยังมีสีย่อยแยกออกอีกมากมาย

ลักษณะนิสัยของเฟอเรท

     เฟอเรทเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีนิสัยขี้เล่น ถ้าได้รับการฝึกฝนมาดีก็จะเชื่อง ร่าเริง กระโดดโลดเต้นได้ทั้งวัน ผู้เลี้ยงหลายคนบ่นว่าบนรกเนื่องจากเฟอเรทจะชอบมุด ชอบเอาข้าวของชิ้นเล็กน้อยไปซ่อน เหมือนเลี้ยงเด็กซนๆ ในบ้านนั่นแหละ บางทีอาจจะเสียงขู่ฟ่อๆ เหมือนก้าวร้าวอีกด้วย

การเลี้ยงดูแลเฟอเรท


            เฟอเรทเป็นสัตว์ที่ขาดการมีเซ็กส์ไม่ได้ เมื่อถึงวัยผสมพันธุ์ หากเฟอเรทเพศเมียไม่ได้รับการผสมพันธุ์จะเกิดภาวะเลือดจางจากระบบฮอร์โมนซึ่งเรียกว่า ภาวะฮอร์โมนเป็นพิษ ทำ ให้เกิดอาการท้องบวม ตัวเหลืองซีด ขนร่วงทั้งตัว และทำให้ตายได้ ขณะเดียวกันเพศผู้ก็เกิดอาการผิดปกติที่ต่อมหมวกไตทำให้ป่วยได้เช่นกัน ซึ่งโรคดังกล่าวไม่สามารถรักษาหายได้ ผู้ที่จะเลี้ยงสามารถป้องกันได้โดยการทำหมันตั้งแต่อายุ 5-6 เดือน ในตัวจะผู้เริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนตัวเมียอายุ 8 เดือน - 1 ปีขึ้นไป และสามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี อยู่ที่ความพร้อมของแต่ละตัว ซึ่งในเมืองไทยอาจจะมีได้ถึง 3 ครั้งต่อปี  เฟอเรทตั้งท้อง 40-50 วัน  ในแต่ละครอกจะมีลูกเฉลี่ย 6-7 ตัว อาหารที่ให้เฟอเรท นอกจากอาหารเม็ดของเฟอเรทโดยเฉพาะแล้วก็ยังสามารถใช้อาหารแมวเลี้ยงได้ด้วย ลืมบอกไปว่า เฟอเรท ใช้เวลานอน 6-8 ชั่วโมง และจะวิ่งเล่นประมาณ 12-18 ชั่วโมง

            สำหรับราคาเฟอเรทหากเป็นเฟอเรทนำเข้า ปัจจุบันอยู่ที่ตัวละประมาณ 4,500-8,500 บาท แต่หากเป็นลูกที่เพาะในไทย จะเริ่ม 3,000-6,000 บาท แต่แนะนำให้ซื้อลูกเฟอเรทที่เพาะเลี้ยงในไทย จะได้เปรียบในเรื่องของสุขภาพเพราะเกิดในเขตร้อนชื้นแต่เด็ก จะไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ

 

 

 

 

 

วันที่ Post : 26-08-2558
 Tag

Log in

 
 
  สมัครสมาชิก
   สมาชิกล่าสุด

   แนะนำโรงพยาบาล